ข้อบังคับสมาคม

ข้อบังคับ สวกท. (ฉบับแก้ไข พ.ศ. 2555)

ข้อบังคับสมาคมวิศวกรรมเกษตรแห่งประเทศไทย

ฉบับแก้ไข พ.ศ. 2555

หมวด 1 ชื่อ เครื่องหมาย และสถานที่

  1. ข้อ 1

    สมาคมนี้มีชื่อ "สมาคมวิศวกรรมเกษตรแห่งประเทศไทย" ใช้อักษรย่อว่า สวกท. มีชื่อภาษาอังกฤษว่า "Thai Society of Agricultural Engineering" ใช้อักษรย่อว่า TSAE

  2. ข้อ 2

    เครื่องหมายของสมาคมเป็นรูปตราสัญลักษณ์ของสมาคม

  3. ข้อ 3

    สำนักงานของสมาคมตั้งอยู่ที่ ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

หมวด 2 วัตถุประสงค์

  1. ข้อ 4

    เพื่อการเป็นที่ปรึกษา ส่งเสริมการศึกษา วิจัย และเผยแพร่วิทยาการทางวิศวกรรมเกษตร ชีววิศวกรรม และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง

  2. ข้อ 5

    เพื่อส่งเสริมสามัคคีธรรม ผดุงเกียรติ และสงเคราะห์ช่วยเหลือระหว่างสมาชิก และให้สวัสดิการแก่สมาชิก

  3. ข้อ 6

    เพื่อส่งเสริมการกุศล การกีฬา และการบันเทิง

  4. ข้อ 7

    เพื่อส่งเสริมเกียรติแห่งวิชาชีพวิศวกรรมเกษตร และสมาชิกผู้ประกอบกิจทางด้านวิศวกรรมเกษตรอันเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม

  5. ข้อ 8

    เพื่อประสานงานระหว่างสถาบันต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกประเทศ ที่มีวัตถุประสงค์ทำนองเดียวกัน

หมวด 3 สมาชิก

  1. ข้อ 9

    สมาชิกมี 4 ประเภท คือ

    • สมาชิกสามัญ ได้แก่ ผู้ที่กำลังปฏิบัติงานด้านวิศวกรรม สาขาวิศวกรรมเกษตร หรือผู้สนใจกิจการของสมาคม
    • สมาชิกภาคี ได้แก่ นิสิต นักศึกษา
    • สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ ผู้ทรงเกียรติ หรือผู้ทรงคุณวุฒิ ที่คณะกรรมการบริหารสมาคมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เชิญเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์
    • สมาชิกนิติบุคคล เช่น บริษัท ห้างหุ้นส่วนจำกัด สมาคม กลุ่มสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร ฯลฯ
  2. ข้อ 10

    ผู้ที่ประสงค์จะสมัครเป็นสมาชิกภาคีและสามัญของสมาคม ให้ยื่นใบสมัครตามแบบและวิธีการของสมาคมพร้อมค่าบำรุงต่อเลขาธิการสมาคม

  3. ข้อ 11

    ผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้: มีความประพฤติเรียบร้อย; ไม่เป็นผู้ต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษา เว้นแต่ความผิดลหุโทษหรือความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท

  4. ข้อ 12

    เมื่อคณะกรรมการบริหารสมาคมรับผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกแล้ว ให้เลขาธิการแจ้งผู้สมัครทราบเป็นหนังสือพร้อมหนังสือข้อบังคับ 1 ชุด และแจ้งนายทะเบียนและเหรัญญิกทราบเป็นหนังสือภายใน 7 วัน

  5. ข้อ 13

    ให้นายทะเบียนออกเลขที่สมาชิกและบัตรสมาชิก บันทึกชื่อสมาชิกทุกประเภทไว้ในทะเบียน และประกาศชื่อให้ทราบทั่วกันในวารสารและที่สำนักงานของสมาคม

  6. ข้อ 14

    บัตรประจำตัวสมาชิกให้คณะกรรมการบริหารเป็นผู้กำหนดและจัดทำ โดยนายกสมาคมเป็นผู้ลงชื่อในบัตร

  7. ข้อ 15

    หากคณะกรรมการบริหารเห็นว่ารับสมัครไม่ได้ ให้เลขาธิการแจ้งผู้สมัครทราบเป็นหนังสือพร้อมคืนค่าบำรุงภายใน 7 วัน แต่ไม่ตัดสิทธิผู้สมัครที่จะสมัครใหม่เมื่อพ้นระยะ 1 ปี

  8. ข้อ 16

    สมาชิกสามัญอาจได้รับเชิญเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ได้โดยไม่เสียสิทธิเดิม แต่ต้องปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกเดิมโดยสมบูรณ์

  9. ข้อ 17

    สมาชิกอาจขอเปลี่ยนประเภทได้เมื่อมีคุณสมบัติครบตามข้อกำหนดของสมาชิกประเภทนั้น โดยยื่นหนังสือต่อเลขาธิการสมาคม

หมวด 4 ค่าบำรุงและค่าธรรมเนียมอื่นๆ

  1. ข้อ 18

    สมาชิกภาคีเสียค่าบำรุงคนละ 100 บาทต่อปี, สมาชิกสามัญเสียค่าบำรุงคนละ 200 บาทต่อปี หรือค่าบำรุงตลอดชีพคนละ 2,000 บาท และสมาชิกนิติบุคคลเสียค่าบำรุงรายละ 1,000 บาทต่อปี

  2. ข้อ 19

    ค่าบำรุงสมาคมให้นับจากวันสมัครจนครบรอบ 12 เดือน นับเป็น 1 ปี

  3. ข้อ 20

    ค่าบำรุงประจำปีให้ชำระภายหลังจากหมดอายุนับจากวันสมัครหรือวันต่ออายุ

  4. ข้อ 21

    ค่าธรรมเนียมหมายถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากค่าบำรุงที่สมาคมจะต้องชำระ

หมวด 5 สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

  1. ข้อ 22

    สมาชิกมีสิทธิประดับเครื่องหมายของสมาคมซึ่งสมาคมเป็นผู้จำหน่ายให้

  2. ข้อ 23

    สมาชิกมีสิทธิใช้สถานที่ รับวารสารหรือข่าวสารของสมาคม และรับบริการต่างๆ ที่สมาคมจัดให้มีขึ้น

  3. ข้อ 24

    สมาชิกมีสิทธิเข้าประชุมในที่ประชุมใหญ่ ซึ่งเลขาธิการสมาคมจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน

  4. ข้อ 25

    สมาชิกมีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจการของสมาคมต่อคณะกรรมการบริหารหรือในที่ประชุมใหญ่

  5. ข้อ 26

    สมาชิกสามัญเท่านั้นมีสิทธิสมัครเข้ารับเลือกเป็นนายกสมาคม

  6. ข้อ 27

    สมาชิกสามัญและสมาชิกนิติบุคคลมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งนายกสมาคมและการลงมติอื่นๆ โดยถือหลักสมาชิก 1 ราย 1 เสียง โดยสมาชิกนิติบุคคลต้องออกเสียงโดยผู้มีอำนาจลงนามหรือมีหนังสือรับรองจากผู้มีอำนาจลงนามยื่นต่อคณะกรรมการเลือกตั้ง

  7. ข้อ 28

    สมาชิกมีหน้าที่ร่วมมือส่งเสริมและปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ของสมาคม รักษาเกียรติคุณของสมาคม ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ และให้ความร่วมมือในการเป็นกรรมการหรืออนุกรรมการช่วยดำเนินงานของสมาคม

  8. ข้อ 29

    ผู้ที่ขาดจากสมาชิกภาพย่อมไม่ได้รับสิทธิและหน้าที่ข้างต้น และไม่มีสิทธิเรียกร้องเกี่ยวกับทรัพย์สินของสมาคม

หมวด 6 การขาดจากสมาชิกภาพ

  1. ข้อ 30

    สมาชิกขาดจากสมาชิกภาพต่อเมื่อ

    • ตาย
    • ลาออก
    • ถูกถอนชื่อออกจากทะเบียน
    • ขาดคุณสมบัติตามหมวด 3 หรือประพฤติตนเสื่อมเสียแก่สมาคมอย่างร้ายแรง และคณะกรรมการบริหารลงมติให้ออกด้วยคะแนนเสียง 3 ใน 4
  2. ข้อ 31

    สมาชิกที่ประสงค์จะลาออกให้แสดงความจำนงเป็นลายลักษณ์อักษรยื่นต่อเลขาธิการสมาคมเพื่อนำเสนอคณะกรรมการบริหารเพื่อทราบ

  3. ข้อ 32

    สมาชิกที่ไม่ชำระค่าบำรุงหรือมีหนี้สินอื่นกับสมาคม ให้เหรัญญิกส่งหนังสือเตือน 2 ครั้ง ห่างกันไม่น้อยกว่า 30 วัน หากไม่ชำระหรือไม่ชี้แจงเหตุผลจนเป็นที่พอใจภายใน 30 วันหลังการเตือนครั้งสุดท้าย ให้คณะกรรมการบริหารถอนชื่อออกจากทะเบียนได้

  4. ข้อ 33

    ผู้ที่ขาดจากสมาชิกภาพแล้วให้เลขาธิการแจ้งต่อเหรัญญิกและนายทะเบียนสมาคมทราบภายใน 7 วัน

หมวด 7 คณะกรรมการบริหารสมาคม

  1. ข้อ 34

    นายกสมาคมเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารสมาคม ซึ่งประกอบด้วยบุคคลจำนวนอย่างน้อย 9 คน โดยมีหน้าที่ต่างๆ ดังนี้

    • นายก
    • อุปนายก
    • เลขาธิการ
    • เหรัญญิก
    • นายทะเบียน
    • ปฏิคม
    • สาราณียกร
    • ประธานฝ่ายวิชาการ
    • ประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์
    • ตำแหน่งอื่นๆ ตามความเหมาะสม

หมวด 8 การเลือกตั้งนายกสมาคม

  1. ข้อ 35

    ให้ที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีเลือกตั้งนายกสมาคมทุก 2 ปี โดยสมาชิกสามัญและสมาชิกนิติบุคคลลงคะแนน และคัดเลือกด้วยคะแนนเสียงข้างมาก

  2. ข้อ 36

    ก่อนวันประชุมเลือกตั้ง 30 วัน สมาชิกสามัญที่ประสงค์จะสมัครต้องส่งใบสมัครให้เลขาธิการ หรือให้มีการเสนอชื่อจากสมาชิกในวันเลือกตั้ง

  3. ข้อ 37

    ผู้สมัครหรือผู้ถูกเสนอชื่อและสมาชิกที่มีสิทธิลงคะแนนต้องเป็นผู้ที่ไม่ขาดจากสมาชิกภาพตามหมวด 6

  4. ข้อ 38

    เลขาธิการต้องประกาศเลขที่และชื่อผู้สมัครล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน ณ ที่ทำการสมาคม

  5. ข้อ 39

    เลขาธิการต้องประกาศเลขที่และรายชื่อสมาชิกที่มีสิทธิลงคะแนนก่อนการเลือกตั้งอย่างน้อย 15 วัน ณ ที่ทำการสมาคม

  6. ข้อ 40

    ให้คณะกรรมการบริหารที่จะหมดวาระเป็นผู้เตรียมการเลือกตั้ง โดยที่ประชุมใหญ่สามัญเลือกประธานการเลือกตั้งและผู้ช่วยอีก 4 คน เป็นคณะกรรมการเลือกตั้งดำเนินการและควบคุมให้ยุติธรรม โดยไม่ควรเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง

  7. ข้อ 41

    ให้ประธานการเลือกตั้งนับคะแนนและประกาศผลให้ที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีทราบภายในวันเลือกตั้ง

  8. ข้อ 42

    นายกสมาคมและคณะกรรมการบริหารอยู่ในตำแหน่งได้คราวละไม่เกิน 2 ปี โดยนับตั้งแต่วันที่ได้รับมอบงานจากคณะชุดเดิม

หมวด 9 อำนาจและหน้าที่ของกรรมการบริหารสมาคม

  1. ข้อ 43

    นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารและที่ประชุมใหญ่ เป็นหัวหน้าและรับผิดชอบในการบริหารกิจการของสมาคม และมีอำนาจถอดถอนกรรมการบริหารได้โดยความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหาร

  2. ข้อ 44

    อุปนายกเป็นผู้ช่วยนายกสมาคม และทำหน้าที่บริหารแทนเมื่อนายกไม่สามารถปฏิบัติงานได้

  3. ข้อ 45

    เลขาธิการมีหน้าที่ดำเนินงานของสมาคมตามที่นายกหรืออุปนายกมอบหมาย ติดต่อกับสมาชิกและบุคคลภายนอก รักษาระเบียบข้อบังคับ นัดประชุมโดยแจ้งวาระล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน จดบันทึกการประชุม และรักษาเอกสารของสมาคม

  4. ข้อ 46

    เหรัญญิกมีหน้าที่รับจ่ายและรักษาเงิน ทำบัญชีรับจ่าย หนี้สิน และเอกสารการเงิน ทำบัญชีการเงินรายเดือน งบประมาณและงบดุลประจำปีเสนอคณะกรรมการบริหาร

  5. ข้อ 47

    นายทะเบียนมีหน้าที่จัดทำทะเบียนและประวัติของสมาชิก

  6. ข้อ 48

    ปฏิคมมีหน้าที่ติดต่อและต้อนรับ

  7. ข้อ 49

    สาราณียกรมีหน้าที่รับผิดชอบและดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำเอกสารและวารสารของสมาคม

  8. ข้อ 50

    ประธานฝ่ายวิชาการมีหน้าที่จัดการสัมมนา นิทรรศการ และรวบรวมเอกสารทางวิชาการ

  9. ข้อ 51

    ประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์มีหน้าที่จัดการถ่ายภาพและเผยแพร่กิจกรรมของสมาคม

  10. ข้อ 52

    กรรมการตำแหน่งอื่นๆ มีหน้าที่ช่วยเหลือกิจการต่างๆ และปฏิบัติหน้าที่ตามที่นายกสมาคมมอบหมาย

หมวด 10 การพ้นจากตำแหน่งของกรรมการบริหารสมาคม

  1. ข้อ 53

    กรรมการบริหารสมาคมพ้นจากตำแหน่งโดย

    • ออกตามวาระ
    • ลาออก
    • ตาย
    • ขาดจากสมาชิกภาพ
    • คณะกรรมการบริหารมีมติให้พ้นจากตำแหน่ง
    • ต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษา เว้นแต่ความผิดลหุโทษหรือความผิดที่กระทำโดยประมาท
    • ก่อความเสียหายร้ายแรงแก่สมาคม และที่ประชุมใหญ่ลงมติไม่ไว้วางใจถอนกรรมการทั้งคณะหรือบางคนด้วยคะแนนเสียง 3 ใน 4 ของสมาชิกที่มาประชุม
  2. ข้อ 54

    หากกรรมการบริหารพ้นจากตำแหน่ง ให้มีการมอบหมายงานให้แก่กรรมการที่เข้ารับหน้าที่ใหม่ภายใน 30 วัน กรณีพ้นตำแหน่งเพราะเหตุร้ายแรง ให้คณะกรรมการที่เหลืออยู่ทำการมอบหมายงานแทน

หมวด 11 การดำเนินงานของคณะกรรมการบริหารสมาคม

  1. ข้อ 55

    การบริหารสมาคมจะกระทำได้เมื่อจัดตั้งกรรมการบริหารครบตามหมวด 7 แล้ว โดยมีนายกสมาคมเป็นประธาน

  2. ข้อ 56

    คณะกรรมการบริหารสมาคมมีอำนาจและหน้าที่ คือ

    • บริหารกิจการของสมาคมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์
    • วางระเบียบขึ้นใช้โดยไม่ขัดต่อวัตถุประสงค์
    • แต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษา อนุกรรมการ หรือพิจารณาเชิญผู้มีเกียรติคุณเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ ทั้งชั่วคราวหรือถาวร
    • แต่งตั้ง บรรจุ ปลดพนักงานของสมาคม
    • พิจารณาและลงมติการรับและถอดถอนสมาชิก
    • พิจารณาการให้ของที่ระลึกในนามสมาคมแก่ผู้ช่วยเหลือกิจการของสมาคม
    • พิจารณาการรับและให้ความช่วยเหลือจากรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ สถาบัน และบุคคล โดยไม่ผูกพันเป็นหนี้สินแก่สมาคม เว้นแต่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่
  3. ข้อ 57

    ในระหว่างที่คณะกรรมการชุดใหม่ยังมิได้รับมอบงาน ให้คณะกรรมการชุดเก่ารับผิดชอบต่อไปเท่าที่จำเป็น และต้องมอบหมายงานให้เสร็จภายใน 30 วันนับจากวันที่คณะใหม่ได้รับเลือกตั้ง โดยทำเป็นหนังสือเป็นหลักฐาน

  4. ข้อ 58

    กรณีนายกสมาคมไม่สามารถปฏิบัติงานได้ ให้อุปนายกทำหน้าที่แทน ถ้าทั้งนายกและอุปนายกไม่สามารถปฏิบัติได้ ให้คณะกรรมการบริหารเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่แทน

  5. ข้อ 59

    ถ้าตำแหน่งนายกว่างลงด้วยเหตุอื่นนอกจากออกตามวาระ ให้อุปนายกเป็นนายกจนหมดวาระ แต่ถ้าว่างเพราะนายกลาออก ให้ถือว่าคณะกรรมการชุดนั้นหมดสภาพ และให้เลือกตั้งใหม่ภายใน 30 วัน

  6. ข้อ 60

    ถ้าตำแหน่งกรรมการบริหารใดว่างลง ให้นายกสมาคมแต่งตั้งจากสมาชิกสามัญเข้าดำรงตำแหน่งจนหมดวาระ

หมวด 12 กรรมการที่ปรึกษาและอนุกรรมการ

  1. ข้อ 61

    กรรมการที่ปรึกษาที่คณะกรรมการบริหารเชิญมา มีหน้าที่ให้คำแนะนำในกิจการทั่วไป และอยู่ในตำแหน่งตามวาระของคณะกรรมการบริหารชุดที่แต่งตั้ง

  2. ข้อ 62

    คณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการบริหารแต่งตั้ง มีหน้าที่ดำเนินการตามที่ได้รับมอบหมายเป็นครั้งคราว และอยู่ในตำแหน่งตามที่ได้รับมอบหมายหรือตามวาระของคณะกรรมการบริหารชุดที่แต่งตั้ง

  3. ข้อ 63

    กรรมการที่ปรึกษาและอนุกรรมการไม่มีสิทธิออกเสียงลงมติในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคม

หมวด 13 การประชุม

  1. ข้อ 64

    การประชุมแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ การประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคม, การประชุมใหญ่วิสามัญ และการประชุมใหญ่สามัญ

  2. ข้อ 65

    การประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคม

    • ให้คณะกรรมการบริหารประชุมปรึกษากิจการของสมาคมปีละไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง โดยเลขาธิการเป็นผู้เรียกประชุมตามความเห็นชอบของนายก หรือของกรรมการบริหารตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป
    • องค์ประชุมทุกครั้งต้องมีกรรมการบริหารเข้าประชุมไม่น้อยกว่า 7 คน โดยนายกสมาคมเป็นประธาน หากนายกไม่อยู่ให้ที่ประชุมเลือกประธานชั่วคราว
    • มติของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารให้ถือเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเท่ากันให้ประธานเป็นผู้ชี้ขาด
  3. ข้อ 66

    การประชุมใหญ่วิสามัญ

    • คณะกรรมการบริหารเห็นสมควรด้วยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่งให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญได้
    • สมาชิกสามัญไม่น้อยกว่า 20 คน มีสิทธิร้องขอให้เปิดประชุมใหญ่วิสามัญ โดยยื่นเป็นหนังสือต่อเลขาธิการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน หากมาไม่ครบ 20 คน ถือว่าไม่ครบองค์ประชุม
    • ให้เลขาธิการเป็นผู้นัดหมายพร้อมส่งระเบียบวาระให้สมาชิกทราบล่วงหน้าก่อนการประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน
    • ต้องมีสมาชิกเข้าประชุมไม่น้อยกว่า 20 คน จึงจะเป็นองค์ประชุม
  4. ข้อ 67

    การประชุมใหญ่สามัญ

    • ให้คณะกรรมการบริหารเรียกประชุมใหญ่อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง องค์ประชุมต้องมีสมาชิกสามัญและสมาชิกนิติบุคคลรวมกันไม่น้อยกว่า 40 ราย หากไม่ครบให้เรียกประชุมใหญ่ภายใน 60 วัน ซึ่งครั้งนี้สมาชิกมาเท่าใดก็ถือเป็นองค์ประชุม โดยมีระเบียบวาระ: นายกแถลงผลงานในรอบปี, เหรัญญิกเสนองบดุลที่ผู้ตรวจบัญชีรับรอง, เสนองบประมาณ, ปรึกษากิจการของสมาคม และเลือกตั้งนายกตามวาระ (ถ้ามี)
    • ให้คณะกรรมการบริหารแจ้งสมาชิกล่วงหน้าเป็นหนังสือไม่น้อยกว่า 15 วัน พร้อมสถานที่และระเบียบวาระการประชุม
  5. ข้อ 68

    การประชุมใหญ่ทุกครั้งให้นายกสมาคมเป็นประธานประชุม หากนายกไม่อยู่หรือไม่สามารถดำเนินการได้ ให้อุปนายกเป็นประธาน ถ้าทั้งนายกและอุปนายกไม่สามารถดำเนินการได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการบริหารคนหนึ่งเป็นประธานที่ประชุมนั้น

  6. ข้อ 69

    นอกจากจะบังคับไว้เป็นอย่างอื่น มติของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

  7. ข้อ 70

    ในที่ประชุมใหญ่และการประชุมกรรมการบริหารทุกครั้ง ให้เลขาธิการหรือผู้ช่วยเลขาธิการสมาคมเป็นผู้บันทึกรายงานการประชุม และให้ประธานที่ประชุมลงนามรับรองเพื่อรักษาไว้เป็นหลักฐาน

หมวด 14 การเงิน

  1. ข้อ 71

    ให้นายกสมาคมและเหรัญญิกเป็นผู้รับผิดชอบการเงินและทรัพย์สินของสมาคมตามกฎหมาย และทำรายงานการเงินและทรัพย์สินเสนอคณะกรรมการบริหารทุก 6 เดือน

  2. ข้อ 72

    เงินของสมาคมต้องนำฝากธนาคารหรือสถาบันการเงินที่เชื่อถือได้ในนามของสมาคม โดยเงินส่วนหนึ่งให้ฝากประจำหรือดำเนินการให้เกิดดอกผลตามที่คณะกรรมการบริหารเห็นสมควร เว้นแต่เงินบริจาคที่ผู้บริจาคกำหนดเงื่อนไขไว้เป็นอย่างอื่น

  3. ข้อ 73

    เหรัญญิกเก็บรักษาเงินสดสำรองจ่ายได้ไม่เกิน 10,000 บาท ส่วนที่เกินต้องนำฝากธนาคาร

  4. ข้อ 74

    การสั่งจ่ายเงินจากธนาคาร ให้นายกหรือเลขาธิการ และเหรัญญิก ร่วมกัน 2 คนลงนาม คราวละไม่เกิน 50,000 บาท หากเกิน 50,000 แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ต้องขอมติคณะกรรมการบริหาร ถ้าเกิน 100,000 บาท ต้องขอมติที่ประชุมใหญ่เป็นกรณีไป

  5. ข้อ 75

    การจ่ายเงินทุกครั้งต้องมีหลักฐานการจ่ายเป็นหนังสือเพื่อการตรวจสอบ

  6. ข้อ 76

    ให้คณะกรรมการบริหารแต่งตั้งผู้สอบบัญชีที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีของสมาคม

หมวด 15 การแก้ไขข้อบังคับ

  1. ข้อ 77

    การแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมข้อบังคับจะทำได้เมื่อได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกผู้มีสิทธิออกเสียงที่มาประชุม

  2. ข้อ 78

    ที่ประชุมใหญ่จะลงมติได้เมื่อมีสมาชิกผู้มีสิทธิออกเสียงไม่น้อยกว่า 20 คน หรือคณะกรรมการบริหารเป็นผู้เสนอ โดยเสนอเป็นหนังสือต่อเลขาธิการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน

  3. ข้อ 79

    ให้เลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารส่งสำเนาข้อเสนอให้สมาชิกผู้มีสิทธิออกเสียงล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 20 วัน และประกาศ ณ สำนักงานสมาคมไม่น้อยกว่า 10 วันก่อนการประชุม

  4. ข้อ 80

    ข้อบังคับที่แก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมให้ใช้บังคับเมื่อได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว

หมวด 16 การเลิกสมาคมและการชำระบัญชี

  1. ข้อ 81

    การเลิกสมาคมให้กระทำโดยคะแนนเสียง 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกผู้มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดในที่ประชุมใหญ่

  2. ข้อ 82

    ให้ที่ประชุมใหญ่ลงมติแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี และการชำระบัญชีให้เป็นไปตามกฎหมาย

  3. ข้อ 83

    ทรัพย์สินของสมาคมที่เหลือจากการชำระบัญชี ให้ตกเป็นของนิติบุคคลซึ่งมีวัตถุประสงค์อย่างเดียวกัน หรือเพื่อการกุศลอื่น ตามที่ที่ประชุมใหญ่จะเห็นสมควร

หมายเหตุ: นี่คือข้อบังคับฉบับจริงของสมาคม (ฉบับแก้ไข พ.ศ. 2555) หากต้องการสำเนาที่รับรองสำเนาถูกต้อง กรุณาติดต่อสำนักงานสมาคม

ติดต่อขอเอกสาร →